ชีวิตดีกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! รวมหนัง Feel Good ที่ดูแล้วอิ่มเอมสุดๆ Part.1

การดูหนังนอกจากจะช่วยในเรื่องของการผ่อนคลายแล้ว ยังช่วยในการชาร์จพลัง เติมเต็มความรู้สึกของเราให้ดีขึ้น ยิ่งถ้าวันไหนรู้สึกนอยๆ เซงๆ ได้ดูหนังดีๆ สักเรื่องก็ช่วยฟื้นฟูจิตใจของเราได้มากทีเดียว หนังจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ชีวิตของเราลงตัว

การดูหนังก็แบ่งออกได้ตามความต้องการของผู้ชม บ้างก็ดูเพื่อศึกษา บ้างก็ดูกันเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว วันนี้เรามีหนังดีๆ ที่มีทั้งความบันเทิง มีมุมมอง และแง่คิดดีๆ เพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตของทุกคนมาฝาก ด้วยหนัง Feel Good ที่เราเชื่อว่าคุณดูแล้วจะต้องอิ่มเอมใจสุดๆ แน่นอน ทำตัวให้ว่างแล้วมานั่งหน้าจอกันเลยค่ะ

  • As Good as It Gets (1997)

สุดยอดหนังฟีลกู๊ดที่ได้รับรางวัลการันตีมาแล้วมากมาย เรื่องราวของ Melvin Udall (Jack Nicholson) หนุ่มใหญ่นักเขียนนิยายโรแมนติคที่ร่ำรวย และอาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นท์ใจกลางกรุงนิวยอร์ก เขาเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำหรือ OCD (Obsessive–compulsive disorder) และโรคกลัวความสกปรก (Mysophobia) ซึ่งนั้นก็ส่งผลให้เขาเป็นปากร้าย แล้วก็มักจะทำท่ารังเกียจผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วชีวิตเขาก็ต้องมาพัวพันกับสาวเสิร์ฟ Carol Connelly (Helen Hunt) แม่หม้ายลูกติด และเพื่อนเกย์ Simon Bishop (Greg Kinnear) ข้างห้องที่เป็นจิตรกร แม้แต่หมาของ Simon เขาก็ยังรังเกียจมันซะเหลือเกิน ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงชายแก่คนหนึ่งที่ทำตัวเหมือนเป็นศูนย์กลางของจักรวาลก็ต้องอาศัยความจริงใจ ความเมตตา และความตรงของ Carol แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นที่จะดัดไม้แก่ท่อนนี้ นี่แหละคือความสนุกของตัวหนัง รับรองว่าอิ่มเอมสุดๆ

  • The Intern (2015)

สำหรับหนังเรื่องนี้นั้นใครที่อยากดูต้องรีบหาเวลาว่างไปดูในโรงภาพยนตร์กันด่วนๆ เลยค่ะ The Intern เป็นหนังที่พูดถึงบริษัท startup เกี่ยวกับ e-commerce ขายเสื้อผ้าออนไลน์ที่มาแรงมากบริษัทหนึ่ง นางเอกของเราอย่าง Anne Hathaway นั้นรับบทบาทเป็น Jules CEO ของบริษัทนี้ ด้วยความที่บริษัทเติบโตเร็วมากแน่นอนว่าชีวิตเธอต้องยุ่งขั้นสุด เธอทำงานหนักมาก ทั้งๆ ที่ต้องพ่วงหน้าที่เป็นคุณแม่และภรรยา ในขณะที่ Ben (Robert De Niro) ชายวัย 70 เขาเกษียณออกมาแล้วชีวิตดูไร้ความหมายมากๆ แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็มาพบกับการประกาศรับสมัครพนักงานฝึกหัดอาวุโสของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือบริษัท Jules เขาได้เข้ามาทำงานที่นั้น และเริ่มเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของออฟฟิศของเด็กรุ่นใหม่ให้บาลานซ์กับความเป็นคนรุ่นเก๋าได้อย่างลงตัว ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือ การค่อยๆ ปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป จิตใจของ Ben ทำให้ Jules ซึมซับอะไรหลายๆ อย่าง และที่สำคัญเลยหนังเรื่องนี้คือหนังสำคัญคนรุ่นใหม่ของจริง!

  • The Bucket List (2007)

ชีวิตคุณมีอะไรที่อยากทำก่อนตายไหมคะ เราเชื่อว่าทุกคนมีลิสต์นั้นอยู่แต่อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าต้องทำให้ได้อย่างจริงจังเท่าไร แต่มีคนที่ให้ความสำคัญกับสิ่งนี้อยู่ค่ะ The Bucket List คือเรื่องราวของ Edward (Jack Nicholson) และ Carter (Morgan Freeman) ทั้งคู่ถือว่าอยู่ในฐานะทางสังคมที่แตกต่างกัน Edward เป็นเศรษฐีเจ้าของโรงพยาบาลที่โรงพยาบาลของเขามีคติที่ว่าทุกห้องต้องมีสองเตียง Carter คือช่างซ่อมรถ ทั้งสองต้องมาเกี่ยวข้องกันเพราะสถานการณ์พาไป Edward และ Carter ต้องมานอนอยู่ในห้องเดียวกันเพราะอาการป่วยด้วยความไม่เต็มใจ ความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนความคิด จนสนิทสนมกัน แต่แล้ว Carter ก็เป็นฝ่ายจากไปก่อน Edward จึงสานต่อ Bucket List สิ่งที่อยากทำก่อนตายของ Carter ความสนุกสนานของหนังเรื่องนี้คือเรื่องราวของความสัมพันธ์ และสร้างแรงบันดาลใจให้เรามีความมุ่งมั่นในการทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ ดูแล้วเกิดพลังด้านดีเยอะเลยล่ะ

  • Mrs. Doubtfire (1993)

เราชอบเรื่องนี้มาก ดูแล้วรัก Robin Williams มากขึ้นไปอีก Mrs. Doubtfire เป็นหนังครอบครัวที่ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ และให้แง่คิดในเวลาเดียวกัน เรื่องราวของ Daniel Hillard (Robin Williams) คุณพ่อสุดฮาที่มักจะมีวิธีการเรียนลูกแบบที่ปล่อยให้ทำอะไรเอง เลี้ยงแบบไม่มีกฎระเบียบอะไรนัก แน่นอนว่ามันทำให้ภรรยาของเขา Miranda Hillard (Sally Field) ไม่พอใจและยื่นฟ้องหย่าพร้อมทั้งขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกอีกด้วย Daniel ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไหนจะตกงาน ไหนเมียจะฟ้องหย่า ไหนจะไม่ได้อยู่กับลูกๆ สิ่งที่เขาทำได้คือการปลอมตัวเป็นแม่บ้านโดยให้พี่ชายที่เป็นช่างแต่งหน้าเอฟเฟคแปลงโฉมให้เขา ในที่สุดก็เข้ามาอยู่ในบ้านและดูแลลูกๆ จนเกิดเรื่องราวที่ชุลมุนวุ่นวาย และสร้างความประทับใจให้เราอีกมากมายค่ะ สำหรับคนที่ชื่นชอบ Robin Williams หนังเรื่องนี้พลาดไม่ได้เป็นอันขาด

  • About Time (2013)

จะบอกว่าเป็นหนังแฟนตาซีก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะเรื่องราวทั้งหมดอิงอยู่บนพื้นฐานชีวิตธรรมดาของมนุษย์ แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจก็คือ การที่ตัวละครสามารถเดินทางย้อนอดีตได้ด้วยการกำมือแล้วหลับตา เรื่องราวของ Tim (Domhnall Gleeson) ชายหนุ่มที่ได้รู้ความลับของตระกูลจากผู้เป็นพ่อว่าผู้ชายในตระกูลของเขานั้นสามารถเดินทางย้อนอดีตได้ด้วยวิธีการกำมือและหลับตาในที่มืดๆ แคบๆ ด้วยความที่ไม่เชื่อ Tim จึงลองทำแล้วพบว่าเขาสามารถย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องในอดีตได้ แน่นอนว่าเขาก็เริ่มต้นเดินทางผ่านเวลาไปแก้ไขอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความรัก จนเขาได้พบกับ Mary (Rachel McAdams) สาวสวยที่ทำให้เขาถูกชะตาซะเหลือเกินและอยากใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงคนนี้ เขาอาจจะใช้วิธีการย้อนเวลาไปแก้ไขเรื่องที่ผิดพลาดบ้าง แต่แน่นอนว่าหนังสะท้อนให้เห็นว่าการอยู่กับปัจจุบันเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า ตัวหนังเองก็มีฉากที่แสดงให้เห็นถึงความรักความอบอุ่นที่กินใจเราอยู่หลายฉากค่ะ ด้วยเหตุนี้ About Time จึงกลายเป็นหนังรัก และหนังครอบครัวชั้นดีอีกหนึ่งเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด

  • The Intouchables (2011)

ตอนแรกเราคิดว่าหนังเรื่องนี้คงเป็นหนังดราม่าน้ำตาท่วมจออะไรทำนองนั้น แต่ความเป็นจริงแล้วหนังเรื่องนี้กลับมีความ comedy อยู่พอสมควร เรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริงของ Philippe (François Cluzet) เศรษฐีที่ดูเหมือนเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง เขาประสบอุบัติเหตุจากการกระโดดร่ม จนกลายเป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงไป ไร้ซึ่งความรู้สึก เมื่อเขาประสบปัญหาในการดูแลตัวเอง เขาจึงจำเป็นที่จะต้องหาผู้ช่วยมาดูแลเขาอย่างใกล้ชิด Driss (Omar Sy) ชายผิวสีคือหนึ่งคนที่เข้ามาสมัครงานในตำแหน่งนี้ เขามีน้องเป็นโจร ครอบครัวยากจน และไร้มารยาทซึ่งแตกต่างกับ Philippe แบบสุดๆ แต่ Philippe กลับถูกชะตา Driss และตัดสินใจจ้างชายคนนี้เป็นผู้ช่วยส่วนตัว เรื่องราวความสัมพันธ์ค่อยๆ เติบโตขึ้น คนที่มาจากสองขั้วค่อยๆ แลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน กลายเป็นความรู้สึกอิ่มเอมที่คนดูสัมผัสได้ ทั้งความตลกที่สอดแทรกอยู่ในตัวเรื่อง และทำให้เราเข้าใจคนที่เป็นอัมพาตมากขึ้น เป็นหนังที่ให้อะไรเราเยอะจริงๆ

  • The blind Side (2009)

หนังอีกเรื่องที่สร้างมาจากเรื่องจริงของนักอเมริกันฟุตบอลอาชีพ Michael Oher เรื่องราวว่าด้วยชีวิตของ Michael Oher (Quinton Aaron) ที่เติบโตมาในครอบครัวที่มีพ่อเป็นแก็งสเตอร์ที่ถูกยิงตาย และแม่ที่ติดโคเคนอย่างหนัก ชีวิตของเขาดูย่ำแย่และไร้หนทางในการเติบโต แต่แล้วก็มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ครอบครัวของ Leigh Anne Tuohy (Sandra Bullock) ที่ได้รับเขามาเป็นบุตรบุญธรรม และเริ่มดึงศักยภาพในตัวของ Michael ออกมามากขึ้น จ้างคนมาติวหนังสือ ผลักดันให้เข้าชมรมกีฬา จน Michael กลายเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลที่คนต้องการตัวมากที่สุด หนังเรื่องนี้นอกจากจากฟีลกู๊ดสุดๆ แล้ว ยังเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจ และนำเสนอเรื่องราวในอีกแง่มุมหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ การแสดงของ Sandra Bullock ก็ทำให้ผู้ชมรู้สึกอินไปกับเรื่องราวได้อย่างไม่เขอะเขิน เผลอๆ อาจกลายเป็นหนังโปรดในดวงใจของคุณเลยก็ได้นะ 

  • Sleepless in Seattle (1993)

เป็นหนังรักอุ่นๆ ที่ไม่ถึงกับทำให้คุณร้อนรุ่มหัวใจ สำหรับคนที่อยากดูหนังรัก แต่ไม่ชอบหนังรักที่สวีทหวานกันตลอดเวลา เรื่องนี้คุณน่าจะถูกใจ Sleepless in Seattle เป็นเรื่องราวของพ่อหม้ายลูกติดที่ขี้เหงา Sam Baldwin (Tom Hanks) เรื่องราวแสนธรรมดาและเรียบง่ายที่เล่าผ่านสถานการณ์ในวิทยุ ลูกชายตัวแสบ Jonah Baldwin (Ross Malinger) ได้ทำการโทรเข้าไปหาจิตแพทย์ท่านหนึ่งที่จัดรายการวิทยุอยู่เพื่ออธิษฐานให้กับพ่อของตนในวันคริสมาสต์หวังให้พ่อได้พบผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาทำหน้าที่เป็นภรรยาและแม่ของเขาเอง Sam ก็เลยต้องหลวมตัวไปพูดคุยเล่าเรื่องของตัวเองผ่านวิทยุ ในเวลานั้นเองสาวคนหนึ่ง Annie Reed (Meg Ryan) ก็ได้ฟัง Sam จากวิทยุ และรู้สึกถูกชะตา ชื่นชอบในมุมมองความรักของ  Sam และคิดที่จะออกตามหาชายคนนั้นให้ได้ ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้คือความธรรมดาที่อบอุ่นใจ คนเป็นลูกก็หวังจะให้พ่อของตนมีความรักที่ดี คนเป็นพ่อเองก็มีเรื่องที่ต้องให้คิด สาวคนไหนที่จะรักเขาและลูกเขาได้ เป็นหนังที่ดูแล้วอิ่มจริงๆ ค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ หวังว่าจะถูกใจและรีบไปหามาดูกันเพื่อเติมเต็มวันของคุณให้ดีขึ้น ยังไม่หมดแค่นี้นะ เนื่องจากหนัง Feel Good ดีๆ และน่าสนใจนั้นมีเยอะมาก คราวหน้าเราจะมาต่อกันอีกกับ Part.2 ติดตามรอชมได้เลยค่ะ

Publish on unlockmen Nov 5, 2015

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s